วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

การที่เลือกเดินจากไปจากชีวิตที่สุขสบายแต่ไร้ซึ่งความกระจ่างทางใจ และเหตุผล ย่อมจะดีกว่าการมีชีวิตอยู่อย่างไร้ซึ่งความเป็นคน หรือเป็นที่ระบายอารมณ์ของใครต่อใคร การมีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ แม้นผู้คนจะไม่สง่างาม แต่คุณค่าของคนนั้นอยู่ที่ความจริงใจ สุขใดก็ไม่เท่าสุขใจ รอยยิ้มและความจริงใจของคนจริงช่างสง่างามยิ่งนัก แม้นภาพลักษณ์ช่างดูไร้ค่า นี่แหละ "ฅน"
เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเรื่องร้ายๆ ถึงเกิดขึ้นกับเรา ในเมื่อเราซื่อสัตย์ ไม่เคยด่างพร้อยเรื่องคุณธรรม เป็นที่รักของทุกคน เจ็บปวดมาก ร้องไห้เหมือนเด็กเกือบ 15 ปี พูดเรื่องแต่งงานทีเป็นบ้านแตก ด้วยเพราะความเจ็บปวดจึงไม่เคยหยุดค้นหาคำตอบของชีวิต คิดๆ ค้นๆ จนมาเจอความจริง มีความสุขมากที่ได้ปลดปล่อยชีวิตตนจากความเจ็บปวดทั้งปวง จะตีกอลฟ์หรือเล่นไพ่ก็ไม่มีใครว่ากัน แต่ไม่ใช่ว่าเข้ามาคุกคามสิทธิมนุษยชนคนบริสุทธิ์เช่นนั้น ตามเหยียบตามย่ำกันไม่รู้จบ ก็มันเริ่มด้วยการโกงกิน ความโลภมันครอบงำ สังคมดีอยู่แล้วก็ทำให้เสื่อมเพื่อกลบเกลื่อนความจริง เดินหมากรุกกันแบบผิดๆ จิตวิญญาณแทบไม่เป็นผู้เป็นคน นี่ถ้าไม่ใช่เป็นคนใฝ่รู้ คงไม่มีวันนี้ ความยุติธรรมยังมีในโลก อยู่ในความเงียบ อยู่ในความจริงใจ น้ำตามันไหลเมื่อได้เห็นการจากไปของท่านทั้งหลาย สิ่งที่พวกคุณเจ็บปวดในวันนี้ มันมาจากความเจ็บปวดของเรากว่า 15 ปี เราภูมิใจ ที่ความยุติธรรมยังมีอยู่ในโลก
ณ ที่ตรงนี้ไม่มีพื้นที่ให้กับ Drama คือแบบว่าโตมาแบบดิบๆ ตรงๆ กับผู้คนที่โตมากับธรรมชาติ ทุกสิ่่งทุกอย่างย่อมมีที่มาที่ไป ไม่อย่างงั้นก็คงไม่มีคำว่าประวัติศาสตร์ในพจนานุกรม การที่จะมากล่าววาจาทำร้ายกัน รู้ลึก รู้จริงแค่ไหน หรือเพราะต้องปฎิบัติตามธรรมเนียมของคนต้นแบบที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อครอบครัวและประเทศชาติ เรื่องราวนั้นมีมานานเก็บร้อยถ้อยคำจากความเจ็บปวด จนเข้าใจว่า ทุกคำพูดและการกระทำที่เราได้ยินทุกวันนี้ช่างเหมือนกันกับคำพูดและการกระทำของคนกลุ่มนั้นที่ทำร้ายเราเรื่องไม้หมอนรถไฟที่ลาว เมื่อ 15 ปี ที่ผ่านมา มันคงไม่แปลกหากคำว่า "ต้นฉบับมันเริ่มยังไง ปลายทางมันก็เป็นเช่นนั้น" การกระทำที่ไร้อารยธรรมต่อจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ช่างเศร้าใจนัก จะตีกอลฟ์ เล่นไพ่ ก็ไม่มีใครว่ากันแต่ไม่ใช่เข้ามาคุกคามสิทธิมนุษยชนคนบริสุทธิ์เช่นนั้น พวกคุณเข้าใจในความรู้สึกเหล่านั้นมากแค่ไหน ได้ยืนอยู่ตรงนั้นไหม หรือแค่ชื่นชมคนในความภูมิใจเท่านั้น จนลืมความจริง ที่มา และเหตุผล รู้ไหมว่าการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงนั้นเจ็บปวดแค่ไหน

"คิดก่อนพูด ไม่ใช่พูดก่อนคิด คำๆ นี้เก็บไว้ใช้ตลอดชีวิต ให้จดจำ"

ถ้าคิดจะสอนภาษากัน หรือจะแบ่งปันวัฒนธรรมกัน ช่วยเอาใจสอนกัน ไม่ได้มีลมหายใจไว้สร้างปัญหา หรือรองรับริษยาใคร เกลียดกัน ไม่ชอบกันก็จากไป ที่ตรงนี้มีไว้เพื่อสร้างสรรสังคม ไม่ได้มีไว้ระบายอารมณ์ของคนไม่จริง ณ ที่ตรงนี้ ใช้ใจพูด ใช้ใจเขียน ตรงๆ


ไม้หมอนรถไฟ ณ ลาว

ดั่งคำโบราณว่า "ต้นฉบับมันเริ่มยังไง ปลายทางมันก็เป็นเช่นนั้น" ไม่อยากจะเชื่อในคำๆ นี้ว่าจะเป็นจริง มีความสุขมากดั่งได้ค้นเจอความลับของจักรวาล เสียใจมาเกือบ 15 ปี กับการค้นหาที่มาของความเจ็บปวดทั้งปวง ทุกวันนี้มีความสุขมากไม่มีเหตุผลใดที่ต้องเสียใจอีกต่อไป ในเมื่อมันเริ่มด้วยการโกงกินของคนกลุ่มหนึ่งที่มีมานาน รุ่นสู่รุ่น วางศาสตร์วางศิลป์ไว้ทำลายสังคมชั้นเอก เดินหมากรุกกันแบบผิดๆ ถูกคุกคามความเป็นคนอย่างไร้อารยธรรม จิตวิญญาณแทบไม่เป็นผู้เป็นคน คนบริสุทธิ์ต้องถูกทำร้าย ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่สามารถปล่อยให้มีเหตุผลได้ นี่ถ้าไม่ใช่เป็นคนใฝ่รู้คงไม่มีวันนี้ ตามเหยียบตามย่ำกันไม่รู้จบเพื่อกลบเกลื่อนความจริง พึ่งจะเข้าใจว่าทำไมหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาช่างเหมือนกันยิ่งนักกับเหตุการณ์ในวันนั้น ทุกคำพูด ทุกถ่อยคำ ทุกการกระทำเหมือนกันเลย ก็มันเริ่มไปแล้วจะปล่อยไปได้ไงว่าไหม ถึงเข้าใจทุกวันนี้ว่าทำไมผู้คนถึงเข้าใจเราผิด ใส่ร้ายป้ายสีชีวิตกูด้วยมารยาจริต เพื่อกลบเกลื่อนความจริง กูต้องโดนทุบโดนตีมาทั้งชีวิต เพราะความไม่โปร่งใสเรื่องไม้หมอนรถไฟที่ลาว มันไม่สำคัญว่าใครจะเข้าใจถูกหรือผิด มันสำคัญที่ต้นฉบับมันอยู่ในกำมือกู มันดิบลึก นี่แหละคือสิ่งที่กูต้องการกว่า 15 ปี กูต้องถูกทุบตีในสิ่งที่ตนไม่รู้ มารยายิ่งนัก ก็พวกมึงไม่สามารถปล่อยให้กูมีเหตุผลได้ ถึงได้ตามทำลายชีวิตกูเช่นนั้น กูภูมิใจที่พวกมึงตาย ตายได้น่าเกรียจมาก น่าสมเพชยิ่งนัก ตายแม่งมันให้หมด กูไม่ปล่อยแม้นคนเดียว มันเป็นผลจากการกระทำของพวกมึงเอง เพราะสายใยของพวกมึงมันยังไม่ขาด พวกมึงถึงได้เล่นสกปรกกับกูเช่นนั้น คิดจะตัดอนาคตกูเพื่อกลบเกลื่อนความจริง แน่จริงพวกมึงเล่นกับกูแบบลูกผู้ชายสิว่ะ ไม่ใช่วางยากูเช่นนั้น กูแทบไม่เป็นผู้เป็นคน พวกมึงมันกลัวจนลืมตน ลืมแม้นเหตุผล และความจริงใจ ไอ้เปรตนรกนั่นพอมันแพ้ไพ่กูมันก็แค่จากไป คนเนรคุณ เพราะกูมันดี กูเจ็บเพื่อได้เห็นใจพวกมึง กูต้องเจ็บปวดแค่ไหน

กูมีคำพูดคำหนึ่ง

"ไม่ว่าพวกมึงจะเหยียบกูจมดินเท่าไหร่ กูจะเก็บไพ่ใบสุดท้ายไว้เหยียบใจพวกมึง จากความเจ็บปวดของชีวิตกู"





วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558







ความบริสุทธิ์ใจย่อมจะนำมาซึ่งความจริงทุกประการ จริงแท้แค่ไหนให้เราเจอกัน มารยาไม่มีวันเป็นเอก เฉกเช่นหนังละคร เพราะชีวิตของมนุษยช่างลึกซึ้งเกินกว่าจะเข้าใจ จิตใจที่บริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะแก้ไขปัญหาทั้งปวงได้ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิดเปรียบได้กับการทำลายชีวิตของคนทั้งชีวิตเลย

หมดสมัยที่จะลวงกันไปฆ่าด้วยมารยาจริต เพราะความเกรียจชังที่ไร้ซึ่งเหตุผล ความโลภในกิเลส ชีวิตทุกชีวิตมีคุณค่าในตน ใช่ว่าจะมีชีวิตที่เหนือกว่าแล้วจะมาเหยียบย่ำทำลายชีวิตของบุคคลที่บริสุทธิ์ได้ 

"จะฟิสิกส์ขั้นไหนก็ต้องจบที่ความจริง เป็นคุณธรรมที่ประเสริฐ"

คนดีตกนำ้ไม่ไหลตกไฟไม่ไหม ้คำๆ นี้ยังงดงามอยู่เสมอ 





ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีที่มาที่ไปใช่มารยาจริต จริงแท้แค่ไหนย่อมมีการพิสูจน์โดยอิงศาสตร์ของธรรมชาติ ใช่จะมาใส่ร้ายใส่ไฟกันเช่นนี้
ความอยากของคนนำมาซึ่งความผิดพลาดทั้งปวง สังคมดีอยู่แล้วก็ทำให้เสื่อมเพื่อกลบเกลื่อนความจริง เหยียบย่ำทำลายสังคมจนหาวันสดใสไม่มี ใช้ความอ่อนแอของสังคมปกป้องตนจากความผิด คุกคามสิทธิมนุษยชนในความเงียบ โยนความผิดให้สังคมจากความอยากของตนจนไร้คิด ช่างโลภะสิ้นดี ทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็กแรกเกิด โจรกรรมข้อมูลบุคคลอื่นเพื่อกลบเกลื่อนลายนิ้วมือตน คนดีต้องโดนทำร้าย เพราะความเกรียจชังที่ไร้ซึ่งเหตุผล

"นักปราชญ์ย่อมมีศาสตร์ในการตัดสินคน ใช่ไร้เหตุไร้ผล"

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558





ไม่มีสิ่งใดจะง่ายเช่นนั้นกับการใส่ร้ายป้ายสีชีวิตของบุคคลอื่นด้วยจิตใจที่ไม่บริสุทธิ์ ช่างโง่เขลายิ่งนัก

หมดสมัยที่จะตัดต่อหนังเพื่อทำลายชีวิตบุคคลอื่น หรือการเก็บบทสนทนาจากชีวิตประจำวันเพื่อนำมาสร้างเป็นเรื่องราวเพื่อทำลายอนาคตของบุคคลที่บริสุทธิ  ์ ลงทุนศัลยกรรมใบหน้าบุคคลอื่น เพื่อกลบเกลื่อนชีวิตตนจากการหาประโยชน์ในทางเสื่อม ในเมื่อจิตใจนั้นต่ำใช่จะค้นจะหาไม่เจอ
ใช่ว่าไม่มีเสื้อผ้าใส่แล้วจะมาเหยียบย่ำทำลายได้ วางศาสตร์วางศิลป์ไว้ทำลายสังคมชั้นเอก ผลิตหุ่นยนต์จากการโจรกรรมชีวิตของบุคคลอื่น แจกระนาดตั้งแต่ถนนจนปลายฟ้า ไม่เกรงฟ้าดิน ช่างอนาถแท้

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558


หาประโยชน์ทับซ้อน ยอกย้อนสังคมให้เจ็บปวด ใช้ความอ่อนแอของสังคมปกป้องตนจากความผิด สังคมดีอยู่แล้วก็ทำให้เสื่อมเพื่อกลบเกลื่อนความจริง ครอบคลุมระบบทั้งศาสตร์และศิลป์ เพื่อประโยชน์ส่วนตน มอมเมาสังคมจนหาวันสดใสไม่มี ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กแรกเกิด สังคมแย่ได้ขนาดนี้เพราะมีแต่คำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ คำถามยังไม่สร้างผู้ร่างคำตอบก็รีบจัดการ สร้างภาพในด้านลบให้เสียหายตามๆ กัน เพียงเพราะกลัวความผิดเลยต้องปกปิดความจริงเช่นนี้แล